พระราชดํารัส หน้าที่ของตนเอง

13 ตุลาคม 2018

ที่มาของภาพ, Getty Images

บีบีซีไทยขออัญเชิญ 9 พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานในวาระต่าง ๆ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมไปตั้งแต่ การทำความดี การศึกษา การธำรงวัฒนธรรม จนไปถึงการบริหารบ้านเมือง ที่ยังคงประทับอยู่ในใจของคนไทยทั้งปวง

  • ศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ ตอนที่ 1

1) การทำความดี

"การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้"

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

25 กรกฎาคม 2506

2) การมีสัจจะ

"ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไรทำอย่างนั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธา เชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือพูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด"

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10 กรกฎาคม 2540

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

3) เสรีภาพ

"การมีเสรีภาพนั้น เป็นของที่ดีอย่างยิ่ง แต่เมื่อจะใช้ จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังตามความรับผิดชอบมิให้ล่วงละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นที่เขามีอยู่เท่าเทียมกัน ทั้งมิให้กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นปกติสุขของส่วนร่วมด้วย"

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ

9 กรกฎาคม 2514

4) การศึกษาพัฒนาชาติ

"ประเทศชาติของเราจะเจริญหรือเสื่อมลงนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน แต่ละคนเป็นสำคัญ ผลการศึกษาอบรมในวันนี้จะเป็นเครื่องกำหนดของชาติในวันข้างหน้า ท่านทั้งหลายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านออกไปเป็นครู ท่านต้องพยายามทำหน้าที่ของท่านให้สำเร็จโดยสมบูรณ์"

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร

2 ธันวาคม 2508

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

5) การส่งเสริมการศึกษาศิลปะและวิทยาศาสตร์

"การศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรมเป็นการศึกษาที่สำคัญ และควรจะดำเนินควบคู่กันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เพราะความเจริญของบุคคล ตลอดจนถึงความเจริญของประเทศและของโลกโดยส่วนรวมด้วยนั้นมีทั้งทางวัตถุและจิตใจ ความเจริญทั้งสองทางนี้ จะต้องมีประกอบกัน เกื้อกูลและส่งเสริมกันพร้อมมูล จึงจะเกิดความเจริญที่แท้จริงได้ ประเทศทั้งหลายจึงต่างพยายามส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรมนี้ พร้อมกันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์"

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10 กรกฎาคม 2535

6) หลักเศรษฐกิจพอเพียง

"เศรษฐกิจพอเพียง...จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้..."

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2541

ที่มาของภาพ, Getty Images

7) การส่งเสริมคนดี

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช้การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี

11 ธันวาคม 2512

ที่มาของภาพ, Getty Images

8) ความสามัคคี

"ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย ที่ช่วยให้ชาติบ้าน เมืองอยู่รอดเป็นอิสระ และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน"

พระราชดำรัสเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2532

9) การมีน้ำใจนักกีฬา

"การกีฬานั้น นอกจากจะให้ความสนุกสนานและความสมบูรณ์แก่ร่างกายแล้วยังให้ผลดีทางจิตใจได้อย่างมากมาย นักกีฬาที่ได้รับการฝึกหัดอบรมอย่างดีแล้วย่อมมีใจแน่วแน่ ตัดสินใจได้รวดเร็ว มีความเพียรพยายามไม่ท้อถอย และมีความหนักแน่นรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย ผู้มีใจเป็นนักกีฬา จึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อสังคม และน่าคบหาสมาคมด้วยอย่างยิ่ง"

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี 2507 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ กรมพลศึกษา 27 พ.ย. 2507

ภาพแห่งความประทับใจในวันมหามงคล 5 ธันวาคม 2556 วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร- มหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยกว่า 65 ล้านคน กลายเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ความภาคภูมิใจของ คนไทย ทั้งประเทศและถือเป็นปรากฎการณ์ความรักอันยิ่งใหญ่ที่เหล่าพสกนิกรมีต่อพระองค์

ถ้าให้บรรยายว่าเหตุใดชาวไทยรวมถึงคนต่างชาติ(บางคน)ที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยถึงจงรักภักดีต่อในหลวง คงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต ดังเช่นบทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนม พรรษา 86 พรรษา “พระราชาผู้ทรงธรรม” ขับร้องโดย ธงชัย แมคอินไตย ได้กล่าวไว้ว่า

“ถ้ามีใครถามทำไมคนไทยถึงรักพระองค์อย่างนี้ แค่ได้ชมพระบารมีก็ยิ้มทั้งน้ำตา ถ้าหากให้อธิบายเหตุผลนานา คงต้อง ใช้เวลาเท่าชีวิตนี้”

อีกส่วนหนึ่งของเนื้อร้องที่สื่อออกมาได้ตรงใจและเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมคนไทยจึงรักพระองค์ คือ

“เพราะท่านทำเพื่อคนไทย ด้วยธรรมะของพระราชา หวังให้เราชาวประชาอยู่ดีกินดี ท่านต้องเหนื่อยเพราะงานหนักไม่เคย พักจวบจนวันนี้ ช่างโชคดีที่แผ่นดินนี้ มีราชาผู้ทรงธรรม”

นอกจากในหลวงจะทำงานหนัก เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยแล้ว พระองค์ยังมีพระราชดำรัสสำหรับเป็นแนวทาง การดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ มากมาย เราจึงขอนำพระราชดำรัสบางส่วนที่ประทับใจและสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการ ใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี มาฝากกันค่ะ

อันดับแรก คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกล่าวไว้ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาของพระองค์ท่านที่ทรงห่วงใยปวงชนเสมอมา โดยมีใจความดังนี้

“ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดย ประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพรและไมตรีจิตทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน

บ้านเมืองของเราเป็นรวมเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติและต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้ สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ความร่วมของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มากและตั้งใจประพฤติตัว ปฏิบัติงาน ให้สมฐานะและหน้าที่เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย

ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีแต่ความสุข ความเจริญ ตลอดไป”

“พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ผู้เป็นต้นแบบของทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียง พระองค์ทรงเป็นนักคิด นักพัฒนา ภายใต้ แนวคิดใหม่ โดยเฉพาะ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่มุ่งเน้นความสมดุล องค์รวม และยั่งยืน เน้นหลักความพอประมาณ ที่มีภูมิคุ้มกันผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงจากโลกาภิวัตน์ ที่เป็นแนวทาง “การเดินสายกลาง” เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นพระราชดำรัสที่พระราชทานให้ประชาชนดำเนินตามวิถีชีวิตแห่งการดำรงชีพที่สมบูรณ์ โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ และมีใจตนเป็นสำคัญ

ตัวอย่างพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง

"เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับ บ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป"

พระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนา

“เศรษฐกิจพอเพียง... จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูด มาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้...”

พระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2541

“การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความ ขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้ จะมีผลดีไม่เฉพาะแกผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์แก่ ประเทศชาติด้วย”

พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2502

นอกจากนี้พระองค์ทรงเน้นย้ำเสมอว่าให้คนในชาติรักและสามัคคีกันเพื่อผลประโยชน์และความสงบสุขของประเทศเป็น ที่ตั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งคนไทยทุกคนพึงมีให้กันก็คือความสามัคคี จะทำให้ประเทศเข้มแข็งและเจริญก้าวหน้า

ตัวอย่างพระราชดำรัสความสามัคคี

“…ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฎตลอดว่า ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัตประหารซึ่งกันและกัน บางพรรคบางพวกถึงกับเป็น ไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทำลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายให้ระลึกถึงพระคุณของ บรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนักแล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละ ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเป็นคุณธรรมประจำใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้ชาวไทยทั้งหลาย จงบำเพ็ญ กรณียกิจของตนแต่ละคนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลำบากยากเค้นเป็นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ก่อสร้างชาติเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทย จนบัดนี้..”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๔๙๔
วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๓

"...คราวใดที่ชาวไทยมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อประเทศชาติแล้ว ชาติก็ได้รอดพ้นจาก ภัยพิบัติสู่ความสุขความ เจริญ แต่คราวใดที่ขาดความสามัคคีกลมเกลียวกัน ก็ต้อง ประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ จึงเป็น หน้าที่ของ เราทั้งหลาย ที่จะต้องร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ ให้ดีที่สุด..."

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
ในพิธีสวนสนามทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต
วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๕

"...ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียว กับความ รักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้องสอง ประการนี้ คือ คุณลักษณะสำคัญของไทย ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ และเจริญมั่นคงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน..."

ความตอนหนึ่ง ในพระราชดำรัส
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

พระราชดำรัสลำดับสุดท้ายที่เราจะยกตัวอย่างมาให้ชม เป็นพระราชดำรัสในด้านทำงาน ซึ่งพระองค์ทรงแนะแนวทางการ ปฎิบัติตนในทำงาน รวมทั้งการทำงานให้ประสบความสำเร็จแก่คนวัยทำงาน รวมทั้งนักศึกษาจบใหม่ ที่กำลังเข้าสู่วัย ทำงาน

ตัวอย่างพระราชดำรัสในการทำงาน

"...การทำงานใด ๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งเป้าหมาย ขอบเขตและ หลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้ สามารถ ปฏิบัติมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้โดยตรง และ ถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกันและ ขจัดความล่าช้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่า ทุกอย่างได้อย่างสิ้นเชิง..."

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทาน

ปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

17 กรกฎาคม 2530

"...เมื่อทำงาน ต้องมุ่งถึงจุดมุ่งหมาย ที่แท้จริงของงาน งานจึงจะสำเร็จ ได้รับประโยชน์ครบถ้วน ทั้งประโยชน์ของงาน และประโยชน์ของผู้ทำ..."

พระบรมราโชวาท พระราชทานเนื่องใน
โอกาสวันข้าราชการพลเรือน
1 เมษายน 2532

"...การจะทำงานให้มีประสิทธิผลและให้ ดำเนินไปได้โดยราบรื่นนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องทำด้วยความรับผิดชอบอย่าง สูงไม่ บิดเบือนข้อเท็จจริงไม่บิดเบือนจุดประสงค์ที่ แท้จริงของงานสำคัญที่สุดต้องเข้าใจความหมาย ของคำว่า ความรับผิดชอบเพราะความรับผิดชอบ คือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำ จะหลีกเลี่ยงละเลยไม่ได้..."

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทาน
ปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
16 กรกฏาคม 2519

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสจาก “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” และ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม” ของพวกเราชาวไทย “ในหลวงทรงเป็นนิยามแห่งความดี เป็นอัญมณีที่เลิศล้ำ สดสวยใสกระจ่างสว่างด้วยธรรม ด้วยน้ำพระทัยที่ เมตตา” คงไม่มีผู้นำของประเทศไหนที่จะทำงานหนักและทำเพื่อประชาชนได้ขนาดนี้ เราโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ขอให้พระองค์ทรงพลานามัยแข็งแรงอยู่เป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทยสืบไป

***ขอขอบคุณบทเพลง “พระราชาผู้ทรงธรรม” จาก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

Toplist

โพสต์ล่าสุด

แท็ก

แปลภาษาไทย ไทยแปลอังกฤษ แปลภาษาอังกฤษเป็นไทย pantip โปรแกรม-แปล-ภาษา-อังกฤษ พร้อม-คำ-อ่าน อาจารย์ ตจต ศัพท์ทหาร ภาษาอังกฤษ pdf lmyour แปลภาษา ชขภใ ห่อหมกฮวกไปฝากป้าmv กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อบรมฟรี 2566 ขขขขบบบยข ่ส ศัพท์ทางทหาร military words หนังสือราชการ ตัวอย่าง หยน แปลบาลีเป็นไทย ไทยแปลอังกฤษ ประโยค การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ข้อสอบโอเน็ต ม.3 ออกเรื่องอะไรบ้าง พจนานุกรมศัพท์ทหาร เมอร์ซี่ อาร์สยาม ล่าสุด แปลภาษามลายู ยาวี Bahasa Thailand กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อบรมออนไลน์ การ์ดจอมือสอง ข้อสอบคณิตศาสตร์ พร้อมเฉลย คะแนน o-net โรงเรียน ค้นหา ประวัติ นามสกุล บทที่ 1 ที่มาและความสําคัญของปัญหา ร. ต จ แบบฝึกหัดเคมี ม.5 พร้อมเฉลย แปลภาษาอาหรับ-ไทย ใบรับรอง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน PEA Life login Terjemahan บบบย มือปราบผีพันธุ์ซาตาน ภาค2 สรุปการบริหารทรัพยากรมนุษย์ pdf สอบโอเน็ต ม.3 จําเป็นไหม เช็คยอดค่าไฟฟ้า แจ้งไฟฟ้าดับ แปลภาษา มาเลเซีย ไทย แผนที่ทวีปอเมริกาเหนือ ่้แปลภาษา Google Translate กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ 8 ขั้นตอน ก่อนจะนิ่งก็ต้องกลิ้งมาก่อน เนื้อเพลง ข้อสอบโอเน็ตม.3 มีกี่ข้อ คะแนนโอเน็ต 65 ตม กรุงเทพ มีที่ไหนบ้าง