การเลิกกิจการ

แน่นอนครับ อาจยังมีขั้นตอนปลีกย่อยอีกหลายอย่างขึ้นอยู่กับบริษัทคุณว่า ได้มีการจัดทำเอกสารต่างๆ เช่นเอกสารบัญชี และการยื่นภาษีครบถ้วน พร้อมหรือไม่อย่างไร ก็ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป

การเลิกกิจการ
ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการจดเลิกบริษัท

เอกสารที่ต้องเตรียมไว้
- สำเนาบัตรประชาชน+ทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นทุกคน
- เอกสารที่ประกอบคำขอจดทะเบียนต่างๆ (อันนี้ต้องไปโหลดจากเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
ถ้าบริษัทจดเข้าระบบภาษีมูลเพิ่มด้วย
- เอกสารการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)พร้อมใบเสร็จประมาณ 2-5 ปี
- งบดุล งบกำไรขาดทุน ที่ยื่นสรรพากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประมาณ 2-5 ปี
- งบดุล งบกำไรขาดทุน ณ วันเลิก ที่ยื่นสรรพากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-เอกสารการจดทะเบียนเลิก ภพ.09
-เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การเลิกกิจการ
อยากใช้บริการสำนักงาน "เพื่อนงานและการบัญชี " ได้ไหม คิดราคาเท่าไหร่

ได้คะ ยินดีคะ ราคานี้ต้องพิจารณาว่า ทางบริษัท ได้จัดทำบัญชี ยื่นแบบภาษี ปิดงบดุล ครบถ้วนหรือยัง
ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องมาจัดทำบัญชี ยื่นแบบภาษีให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน เป็นต้น

การเลิกกิจการ
ถ้าจัดทำบัญชีเรียบร้อยทุกอย่างประมาณเท่าไหร่

เอกสารพร้อมทุกอย่าง
- ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 20,000 บาท ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพิ่มเติม เช่นค่าปรับยื่นงบล่าช้า เป็นต้น

เป็นไงคะ เรื่องการจดทะเบียนเลิกบริษัท มีขั้นตอนตามกฎหมายยุ่งยาก น่าเวียนหัว ดังนั้นทางที่ดี ควรจ้างผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทำให้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียภาษีย้อนหลังกันอีกนะคะ
 สวัสดีคะ

Copyright © Friendjob and Accounting Co.,Ltd.
Contact

การเลิกกิจการ
081-622-1890,
การเลิกกิจการ
ใช้อีเมล์แทน[email protected]

การเลิกกิจการ
(งานจดทะเบียน)081-622-1890,086-478-6126(คุณชัยพร)
การเลิกกิจการ
(งานบัญชี)086-478-6130(คุณเรืองรัตน์)[email protected]

ทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทรอนิคส์เลขที่ 7100303000270

โควิด เงินเฟ้อ พิษเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย ที่แบกรับผลขาดทุนไม่ไหว จนอาจจะต้องปิดกิจการในที่สุดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

  

ขั้นตอนการเลิกกิจการ เลิกบริษัท เลิกหจก ต้องทำอย่างไรบ้าง?

การเลิกกิจการนั้นไม่ง่ายเหมือนตอนเปิด  มีขั้นตอนการจดทะเบียนเลิก-การชำระบัญชีหลายขั้นตอน สำหรับนิติบุคลจะต้องดำเนินการเลิกกิจการให้ถูกต้อง จะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต

  

การเลิกกิจการจะต้องไปดำเนินการทั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม ซึ่งก่อนจะไปแจ้งเลิกกับหน่วยงานต่างๆดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการดังนี้

  

1. การเลิก และขอจดทะเบียนเลิกบริษัท

ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่จะเลิกกิจการ กรณีที่เกิดจากความประสงค์ของผู้ถือหุ้นเอง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกำหนด โดยจัดให้มีประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น เพื่อลงมติเลิกกิจการ จึงจะสามารถไปยื่นจดทะเบียนเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ขั้นตอนที่จะเลิกและการจดทะเบียนเลิกมีดังนี้

  • เมื่อผู้ถือหุ้นและกรรมการตกลงกันเลิกบริษัท ต้องออกหนังสือนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้มีมติพิเศษในการเลิกบริษัท ซึ่งการออกหนังสือดังกล่าวจะต้องทำก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน เพื่อนัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยจะต้องพิมพ์โฆษราในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 คราว และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้น
  • จัดประจำผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นจะต้องมีมติพิเศษให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม และต้องมีการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีด้วย
  • หลังจากจัดประชุมเสร็จแล้วจะต้องประกาศหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ครั้ง และส่งหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้ (ถ้ามี) ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท
  • แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี 
  • ผู้ชำระบัญชียื่นคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท

  

2. การชำระบัญชี และขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อเลิกกิจการ อยู่ระหว่างชำระบัญชี บริษัทยังมีหน้าที่ดังนี้

  • จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท หรือวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก โดยให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นว่าถูกต้อง
  • นัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อยืนยันตัวตนผู้ชำระบัญชีและอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิก  โดยต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 7 วันก่อนประชุมและส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้น
  • จัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยในวันประชุมต้องมีมติในการอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการและอนุมัติการชำระบัญชี
  • ผู้ชำระบัญชีชำระสะสางทรัพย์สินและเป็นหนี้สินของบริษัทถ้ามีทรัพย์สินให้จำหน่าย  มีลูกหนี้ให้เรียกเก็บเงินลูกหนี้  ชำระหนี้สิน  และจ่ายค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของบริษ้ท หากมีเงินคงเหลือให้คืนทุนแก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ถือหุ้นหรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
  • ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายงานการชำระบัญชี
  • ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติอนุมัติรายงานการชำระบัญชี
  • ผู้ชำระบัญชีจัดการทำคำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี และยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 14 วันนับจากมีมติเสร็จการชำระบัญชี

  

การเลิกกิจการ

  

หน่วยงานที่ต้องไปติดต่อ มีดังนี้

1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มี 2 ขั้นตอน

  • จดทะเบียนเลิก ซึ่งจะจะได้รับหนังสือรับรองจดทะเบียนเลิกกิจการ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการดำเนินการแจ้งเลิกอีก 2 หน่วยงานคือ กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม
  • จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หากไม่สามารถชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน นับแต่วันเลิกให้ผู้ชำระบัญชียื่นรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช.3) ทุก 3 เดือน

     

 2. กรมสรรพากร

หลังจดทะเบียนเลิกที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หากบริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องไปดำเนินการแจ้งเลิกกิจการที่กรมสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้จดทะเบียนเลิกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและหลักฐานอื่น และยื่นแบบภาษีต่างๆ ตลอดจนนำส่งงบการเงิน ณ วันจดทะเบียนเลิกกิจการ ดังนี้

  • นำส่งแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน ณ วันจดทะเบียนเลิกกิจการภายใน 150 วัน นับจากวันที่จดทะเบียนเลิก
  • นำส่งแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3, 53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากวันที่จดทะเบียนเลิกให้ครบถ้วน เช่น การหัก ณ ที่จ่าย ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี เป็นต้น
  • นำส่งแบบภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40 ) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากวันที่เลิกในกรณีที่มีบัญชีดอกเบื้ยค้างรับ หรือดอกเบี้ยในงบการเงิน
  • ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับ “หนังสือขีดชื่อเลขประจำตัวผู้เสียภาษี” จากกรมสรรพากร

  

3. สำนักงานประกันสังคม

กรณีที่นายจ้างเลิกกิจการ นายจ้างต้องทำหนังสือแจ้งพนักงานที่จะเลิกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง และจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงานในอัตราที่กฎหมายกำหนด  และให้แจ้งเลิกกิจการโดยยื่นแบบการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส.6-15) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง ณ สำนักงานประกันสังคมที่สถานประกอบตั้งอยู่