ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

ประเด็นการ “เปลี่ยนงาน” บ่อยๆ ของคนรุ่นใหม่ ถูกกลับมาพูดถึงในโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังมีคนแชร์เรื่องราวของแคนดิเดตคนหนึ่ง ในการสัมภาษณ์งานที่มีใจความสำคัญคือ แคนดิเดตคนนี้ส่ง CV เข้ามา แล้วมีประวัติเปลี่ยนบ่อย ย้ายไปหลายสายงาน ทำให้ถูกปฏิเสธ เพราะถูกมองว่าเป็น “Job Hopper”

แล้วทำไมไม่ได้งานเพราะเป็น Job Hopper กันล่ะ ? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนไปทำความรู้จักกับ Job Hopper ในหลากหลายมิติมากขึ้น เพราะเบื้องหลังของการย้ายงานอาจมีอะไรมากกว่านั้น

Job Hopper พูดง่ายๆ คือกลุ่มคนวัยทำงานที่ย้ายงานบ่อยๆ หรือทำงานที่เดิมไม่ได้นานก็เปลี่ยน โดยเฉลี่ยการทำงานแต่ละที่ไม่ถึงปี หรือไม่เกิน 2 ปี 

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y หรือ Millennials (คนที่เกิดในช่วง ค.ศ. 1977-1994) ที่มักมีสไตล์การทำงานที่ต้องการความเร็ว ความชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาและไม่ใช่ปัญหาถ้าจะเปลี่ยนงานที่ไม่ใช่ ดีกว่าการอดทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบในทุกวันๆ

แม้ในสายตาคนอื่นกลุ่ม Job Hopper มักเป็นคนที่เปลี่ยนงานบ่อยเพื่อหวังเป็นทางลัด “เพิ่มเงินเดือน” แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ซ่อนอยู่ เช่น เปลี่ยนเพราะความจำเป็น, ต้องการความท้าทาย, ยังหาตัวเองไม่เจอ, มีปัญหาที่ทำงาน เป็นต้น ซึ่งการย้ายงานบ่อยๆ ก็มีทั้งดีและจุดด้อยที่ต้องระวังในเวลาเดียวกัน

- ช่วยเพิ่มเงินเดือนได้เร็วโดยปกติแล้วเวลาที่มีการย้ายงาน คนส่วนใหญ่มักจะขอเงินเดือนเพิ่มราว 20-30% หรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งหากทำงานที่เดิม ตำแหน่งเดิม ส่วนใหญ่จะปรับเงินเดือนราว 5-7% ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถด้วย

- ได้แสวงหาทักษะใหม่ๆ หรือโอกาสใหม่ๆ ที่บริษัทเดิมอาจจะให้ไม่ได้ หรือไม่ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง ไม่นั่งรอโอกาส

  •  สิ่งที่คนย้ายงานบ่อยต้องระวัง 

- แม้จะมีความสามารถมาก แต่สะท้อนว่า Job Hopper อาจทำให้บริษัทลังเลที่จะรับ เพราะถ้าอยู่ไม่นาน บริษัทต้องเสียต้นทุนมากกว่า เช่น เสียเวลาไปหาคนใหม่มาแทน

- ได้ใช้เวลาเรียนรู้ในเนื้องานต่างๆ ได้น้อยเกินไป จนขาดความเชี่ยวชาญ อาจส่งผลเสียในระยะยาว

- ถูกคาดหวังสูงตามเงินเดือนและตำแหน่งสูงขึ้น จนแบกรับไม่ไหวเสียเอง

  •  บริษัทสนใจแคนดิเดตที่เป็น Job Hopper ทำอย่างไรดี ? 

จุดเด่นหนึ่งที่มักพบของ Job Hopper คือ เรียนรู้เร็ว มีทักษะหลากหลาย มักจะมีแนวคิดใหม่ๆ และค่อนข้างมี Connection กว้าง จึงเป็นความท้าทายของการคัดเลือก โดยหากรู้สึกว่าศักยภาพช่างตรงสเปคเหลือเกินลองใช้เกณฑ์คัดเลือกเหล่านี้ช่วยดู

- อย่าโฟกัสแค่จำนวนบริษัท หรือระยะเวลาอย่างเดียว : ควรดูเนื้องานและพัฒนาการประกอบด้วย เช่น ความรับผิดชอบและทักษะต่างๆ

- สัมภาษณ์ให้ละเอียด : อย่างที่บอกว่า Job Hopper แต่ละคน อาจมีเบื้องหลังการลาออกที่ต่างกัน ดังนั้นนอกจากคำถามสัมภาษณ์งานทั่วไป ควรถามถึงสาเหตุของการเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพื่อดูทัศนคติด้วย

เช่น ถ้าเปลี่ยนงานเพราะต้องการความท้าทาย หรือหาสิ่งที่ใช่ ก็อาจถามต่อถึงเป้าหมาย และสิ่งที่เขามองหา ถ้าบริษัทสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ สุดท้ายอาจทำงานกับเราได้นานกว่าที่อื่นๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

- เลี่ยงคนที่ดูเข้ากับทีมไม่ได้ : ไม่ว่าจะเก่ง มีทักษะมากมายแค่ไหน ก็อย่าลืมว่าการหาคนเข้าทีมและองค์กรได้ เพราะไม่ใช่แค่เขาจะลาออกเร็ว แต่อาจทำให้พนักงานที่ทำงานอยู่ก่อนหน้านี้ลาออกไปด้วยเช่นกัน

ขอเกริ่นก่อนว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ กลับไปทำงานที่เก่า คุณต้องมีความสามารถที่ เจ้านายที่เก่าเห็นในตัวคุณ และตอนที่ออกมา ก็ออกมาแบบสวยงามด้วย เนื่องจากเพื่อนๆ รอบตัวของผู้เขียนก็มีหลายคน กำลังตัดสินใจว่าจะกลับไปที่เก่าดีไหม และตอนที่ผู้เขียนค้นหาเพิ่มเติมจากพันทิพ ก็มีความเห็นหนึ่งที่โดนผู้ใช้อื่นๆ ตำหนิมากมายคือ มาแสดงความเห็นว่า “ไปที่ใหม่ไม่รอดหรอ” ซึ้งก็มีผู้ใช้หลายคนไปแสดงความคิดเห็นกลับต่างๆ นานามากมาย แต่ผู้เขียนอยากจะแย้งในข้อนี้ว่า ถ้าคุณไม่ได้เก่งพอที่เก่าจะรับกลับทำไม การที่คุณไปเขาน่าจะดีใจเสียกว่า ดังนั้นวันนี้ จะมารวบรวมเหตุผลของการกลับไปทำงานที่เก่า ว่ามีอะไรบ้างในแต่ละมุม

ไปที่ใหม่ แล้วที่เก่าติดต่อขอกลับไปให้ช่วย พร้อมให้ Benefits

ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

เราอาจจะไปที่ใหม่ได้ แบบหลักเดือน หรือหลักปี แล้วที่เก่าก็ติดต่อกลับมาให้ไปช่วยที่เก่า ซึ่งเจ้านายเห็นว่าเราเหมาะควร ก็เลยชวนเรากลับไป เพราะมั่นใจในตัวเรา รู้ความสามารถของตัวเรา และผู้อ่านที่กำลังเจอสภาวะนี้ ถ้ายิ่งที่เก่าไม่ได้ชวนกลับไปตำแหน่งเดิม แต่ได้ตำแหน่งที่สูงกว่า ความรับผิดชอบมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะได้พัฒนาตัวเอง

และก็เป็นเรื่องอันดี ที่การย้ายงานครั้งนี้ นอกจากเราจะเป็นงานเร็ว และคุ้นเคยกับคนที่ทำงานอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย อีกทั้งเงินเดือนก็ได้ขยับขึ้น ผู้อ่านก็ลองช่างใจว่า อยู่ต่อได้โบนัส กับปรับเงิน หรือย้ายไปเลยก็ดีเสียกว่า

การกลับไปทำงานที่เก่า แต่ได้ทำใน Business ใหม่

ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

ถ้าคุณคือคนที่ถูกเจ้านายเก่าชวนไปทำงานที่บริษัทเก่า แต่เป็น product ใหม่ หรือเปิดบริษัทลูก หรือเปิดบริการใหม่ๆ ที่ต้องการทีมไปดูแล และเขามาชวนเรา นี่ก็เป็นเหตุผลที่เราน่ากลับไปโดยง่าย ยิ่งถ้าเราเห็นโอกาสของการเติบโตในมุมมองของตัวเราในธุรกิจนั้นๆ เพราะอย่างที่เล่าตอนต้นไปว่า เราออกจากบริษัทเก่า เพื่ออยากเติบโต และมาเรียนรู้อะไรอื่นๆ นอกองค์กรเดิม จนถึงตอนนี้ การกลับไปบริษัทเก่า แต่เป็นธุรกิจใหม่ที่เรายังไม่เคยทำ ก็นับว่าเป็นการเรียนรู้ไปอีกขั้น

ที่ทำงานใหม่มีหลักการการโปรโมท ที่อาจจะทำให้เราได้โตช้า กลับไปที่เก่าตอนนี้ได้โตเลย เพื่อการเติบโตในที่ต่อๆ ไปได้ง่ายกว่า

ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

ข้อนี้อาจจะเป็นแบบว่า ที่ทำงานปัจจุบันของเรา การโปรโมท หรือรูปแบบองค์กรไม่เอื้อต่อการเติบโตของเรา ถึงแม้ว่าเราทำงานมีความสุขกับงาน และเพื่อนร่วมงาน แต่ถ้ามีโอกาสให้เราเติบโตเข้ามา จริงๆ ก็ควรคว้าไว้ ซึ่งการดึงตัวจะทำให้เราเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งถ้าใครที่อาจจะไม่มีคนแนะแนวแต่แรก อาจจะเสียผลประโยชน์เรื่องเงินเดือนตอนสมัย first jobber ก็ครั้งที่ได้บริษัทที่ใหญ่ขึ้น และได้ย้ายไปในบริษัทที่ใหญ่เช่นกัน และการถูกดึงตัวกลับไป ก็น่าจะเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด ไม่ต้องรอครบปี หรือตามรอบอะไร นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนอยากย้ายกลับไปทำงานที่เดิม

ถ้าการเปลี่ยนงานมีตัวเลือกคือ ไปที่ใหม่ กับไปที่เก่า การไปที่เก่าโซโล่งานได้เร็วกว่า ดีต่อองค์กร และ Performance ของเรา

ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

ถัดจากข้อที่แล้ว แน่นอนว่า ถ้าคุณถูกที่เก่าดึงตัวกลับไป คุณคือคนที่มีความสามารถระดับหนึ่งเลย และแน่ๆ คือคุณต้องมีหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็น กลับบริษัทเก่า หรือไปบริษัทใหม่ ดังนั้น ถ้าไปบริษัทใหม่ ก็จะได้เรียนรู้ ได้ไปผจญภัยใหม่ๆ อีกครั้งแต่การย้ายครั้งนี้ ก็ควรดูผลตอบแทน ดูตัว business เป็นไปตามที่เราอยากไปไหม การเลือกกลับไปที่เก่า เราก็ได้ฟัง insight จากเจ้านายเก่าเราเต็มที่ ประกอบการตัดสินใจได้เหมือนกัน และเรื่องอื่นๆ ก็คล้ายๆ การที่จะไปที่ใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพอรู้อยู่แล้วคือ วัฒนธรรมในการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ผู้คน ซึ่งถ้าเราเลือกกลับไปที่เก่า ก็แปลว่าเราโอเคกับตรงนั้น

กลับไปทำงานที่เก่า โดยที่เจ้านายมาชวน ก็แปลว่า เรามีเจ้านายคอย Support หรือช่วยโปรโมท

ย้ายที่ ทํา งานใหม่ Pantip

อีกเหตุผลสำคัญคือ การไปที่เก่าโดยเจ้านายมาชวน มีโอกาสสูงกว่าปกติที่เขาจะโปรโมทเรา แต่นั่นก็คือ performance ที่เราต้องไปให้ทะลุที่เขาตั้งใจไว้ด้วย ประมาณว่ากลับไปแล้วไม่เสียชื่อ การอยู่ที่เดิมเราก็อาจจะเป็นที่ถูกใจ แต่เรื่องของการโปรโมทใดใด ก็อยู่ที่หลักการ กฏเกณฑ์ขององค์กรนั้นๆ ด้วย เช่นกัน การเลือกไปบริษัทใหม่ และไม่เลือกบริษัทเก่า ก็อาจต้องไปลุ้นเอาดาบหน้าว่า วัฒนธรรมหลักการของที่ใหม่ เป็นอย่างไร

ได้อ่านไปทั้ง 5 ข้อนี้ การที่เราออกไปเติบโตในที่ใหม่ ไม่ได้แปลว่าเราทิ้งที่เก่าไป 100% เราแค่ขอออกไปเรียนรู้ในต่างที่ และการกลับมา (ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกลับมาได้) แปลว่า เจ้านายยิ่งมั่นใจในตัวเราว่า เรายิ่งมีของเข้าไปอีก สามารถเริ่มงานได้เลย และยังมีความสามารถเพิ่มเติมที่ได้ติดตัวมา ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การออกไปจากที่เก่าแล้วกลับมา ผู้เขียนมองว่า ครั้งเดียวน่าจะพองามนะ (ในความคิดเห็นของเพื่อนๆ ผู้อ่านคิดว่าอย่างไรกันบ้าง) แต่ก็ไม่ได้บอกว่าการเข้าๆ ออกๆ มันผิด เพียงแต่ ดูความเหมาะสม และหลายๆ อย่างด้วย


ติดตามพวกเราได้ที่ Zipevent Blog

Follow us for more interesting content!

ฝากถึงพี่น้อง แฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย จิ้มๆ